เลือกแผง โซล่าเซลล์ อย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้งาน

โซล่าเซลล์

กระแสการติดตั้งแผง โซล่าเซลล์ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟแล้ว ยังช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย เเต่สำหรับผู้ที่กำลังมองหา หรือ กำลังตัดสินใจเลือกซื้อแผง Solar Cell มาใช้ อาจยังมีคำถามอยู่ในใจมากมาย แผง Solar Cell เเต่ละประเภทต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบเหล่านั้นมาฝาก ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

แผง โซล่าเซลล์ หรือ Photovoltaics (PV) คือ การนำโซลาร์เซลล์ จำนวนหลายๆ เซลล์ มาต่อวงจรรวมกันเป็นแผงขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถผลิต และจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากยิ่งขึ้น โดยไฟฟ้าที่ได้ จะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง DC (Direct Current) แต่เนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบ้าน ส่วนใหญ่เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ AC (Alternating Current) ทำให้ก่อนใช้งานจึงต้องนำมาแปลงไฟเสียก่อน โดยต่อเข้ากับเครื่องแปลงไฟ ที่เรียกว่า อินเวอร์เตอร์ (Inverter) นั่นเอง

 

รูปแบบของแผง โซล่าเซลล์ ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด

  1. พอลิคริสตัลไลน์ (Poly Crystalline Silicon Solar Cell)

ทำมาจากผลึกซิลิคอน โดยนำซิลิคอนเหลวมาเทใส่พิมพ์ที่เป็นสี่เหลี่ยม จากนั้นตัดแบ่งให้เป็นแผ่นบางๆ ทำให้เซลล์แต่ละเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมต่อกัน โดยไม่มีการตัดมุมบริเวณขอบของช่องสี่เหลี่ยม และใช้ปริมาณซิลิคอนในการผลิตน้อยกว่า แผงเป็นสีน้ำเงินแต่ไม่เข้มมาก ทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดี แต่น้อยกว่าแผงแบบโมโนคริสตัลไลน์  จึงมีราคาถูกกว่า และอายุการใช้งานประมาณ 20-25 ปี

  1. อะมอร์ฟัสโซลาร์เซลล์ (Amorphous Solar Cell)

หนึ่งในหลายชนิดของแผงโซลาร์เซลล์แบบฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cell) ซึ่งเกิดจากการนำสารที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้ามาฉาบเป็นชั้นฟิล์มบางๆ ซ้อนกันหลายชั้น ทำให้บางคนจึงเรียกว่า โซลาร์เซลล์ชนิดนี้ว่า ฟิล์มบาง มีราคาถูกที่สุด และมีอายุการใช้งานมีน้อยกว่าแผงชนิดอื่นๆ อีกด้วย

  1. โมโนคริสตัลไลน์ (Mono Crystalline Silicon Solar Cell)

ทำจากผลึกซิลิคอนเชิงเดี่ยวที่มีคุณภาพ และมีความบริสุทธิ์สูง สังเกตง่ายๆ คือ ลักษณะของเซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมที่ลบมุมทั้งสี่ออก ซึ่งนำมาวางเรียงต่อๆ กัน เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด มีสีเข้มดูสวยงาม  และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงกว่าแผงโซลาร์เซลล์ชนิดอื่นๆ แม้จะอยู่ในภาวะแสงแดดน้อยก็ตาม ส่วนอายุการใช้งานยาวนานถึง 25 ปีขึ้นไป เเต่ขณะเดียวกันก็มีราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับแผงโซลาร์เซลล์ชนิดอื่น ในปัจจุบันยังมีแผงโซลาร์เซลล์เกรดพรีเมี่ยม มีสีดำล้วน ดีไซน์เรียบเท่ ช่วยส่งเสริมให้บ้านดูสวยงามมีสไตล์ให้เลือกใช้อีกด้วย

 

โซล่าเซลล์

 

เทคนิคการเลือกซื้อแผง โซล่าเซลล์ ฉบับเข้าใจง่าย

  1. การติดตั้งต้องกลมกลืนกับอาคารอย่างสวยงาม 

บ่อยครั้งที่การติดแผงโซลาร์เซลล์ทำให้อาคารสูญเสียความสวยงามไป โดยเฉพาะบ้านในเมืองไทยที่นิยมทำหลังคาทรงปั้นหยาที่มีมุมเอียง ทำให้การเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งตามรูปทรงหลังคาได้ จะทำให้ดูกลมกลืนกับตัวบ้าน รวมถึงการเลือกแผงชนิดสีดำล้วน ดีไซน์เรียบ นอกจากนี้ การติดตั้งควรให้กลมกลืนกับเส้นกระเบื้องหลังคา จะทำให้บ้านยังคงดูสวยงามทันสมัย

  1. การเลือกแผงโซลาร์เซลล์ให้เหมาะกับงาน

แผงโซลาร์เซลล์แบบคริสตัลไลน์ที่เหมาะกับการติดตั้งบนหลังคาของบ้านพักอาศัย สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ Mono Crystalline และ Poly Crystalline โดยทั้งสองชนิดจะมีคุณภาพไม่แตกต่างกันมาก แต่เมื่อเทียบกำลังวัตต์ที่เท่ากัน แผงแบบ Mono Crystalline จะมีขนาดเล็กกว่า เหมาะกับสถานที่ติดตั้งที่มีพื้นที่จำกัดอย่างเช่น หลังคาบ้าน แต่ถ้าต้องการประหยัดงบในกระเป๋า สามารถเลือกใช้แผงแบบ Poly Crystalline เเทนได้ เพราะมีราคาถูกกว่าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการนำแผงโซลาร์เซลล์ไปใช้งานโดยตรงกับปั๊มน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ก็ควรเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังวัตต์มากกว่าเท่าตัว เพราะการสตาร์ทปั๊มน้ำในช่วงแรกจะต้องใช้กระแสไฟมากพอสมควร ส่วนผู้ที่ใช้ร่วมกับแบตเตอรี่ก็ควรเลือกแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังวัตต์มากกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการถนอมแบตเตอรี่ จะช่วยให้การใช้งานได้ยาวนานขึ้น

  1. กำลังวัตต์ของแผงโซลาร์เซลล์ที่สามารถผลิตได้

ก่อนจะเลือกแผงโซลาร์เซลล์มาใช้งาน เราต้องรู้ก่อนว่า ต้องการผลิตกระแสไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด และต้องใช้ขนาดกำลังวัตต์เท่าใดจึงจะเหมาะสม เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปคำนวณ และออกแบบระบบให้ถูกต้อง และถ้ามองเรื่องความคุ้มค่าอาจเปรียบเทียบแผงโซลาร์เซลล์จากราคาบาทต่อวัตต์ว่าสูง หรือ ต่ำ โดยแผงโซลาร์เซลล์มีหลายขนาดให้เลือกตั้งแต่ 10-300 วัตต์ขึ้นไป สำหรับอายุการใช้งาน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25 ปี แต่เมื่อเวลาผ่านไปประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าก็จะลดลงตามลำดับ แผงโซลาร์เซลล์ที่ได้มาตรฐาน เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ก็จะลดลงเหลือประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และ 25 ปี จะลดลงเหลือประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

  1. ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต

แผงโซลาร์เซลล์จะติดอยู่กับบ้านไปอีกหลายสิบปี ซึ่งการรับประกัน และความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต จึงทำให้มั่นใจว่า บริษัทผู้ผลิต และผู้ให้บริการจะยังคงอยู่ตลอดการรับประกันสินค้า สินค้าที่ได้มีคุณภาพมาตรฐาน และมีทีมงานคอยดูแลตลอดอายุการใช้งาน ยิ่งทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจมากขึ้นด้วย

 

สรุป

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา โซล่าเซลล์ หรือ กำลังตัดสินใจเลือกซื้อแผง Solar Cell คงพอได้คำตอบในใจแล้วว่า แผง โซล่าเซลล์ แบบใดที่เหมาะกับการใช้งานของบ้านคุณ เพื่อให้การใช้งานแผง Solar Cell เเต่ละประเภทเป็นไปอย่างคุ้มค่า เเละเต็มประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง